เนื้องอกสมอง วินิจฉัยทันรักษาได้

เนื้องอกในสมอง เป็นโรคที่พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเอง แต่บางรายพบความผิดปกติจากพันธุกรรม โดยพบเนื้องอกที่เป็นเนื้อธรรมดาได้บ่อยกว่าเนื้องอกที่เป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่ง นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เนื้องอกในสมอง คือ เนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์ในสมองหรือบริเวณเนื้อเยื่อและต่อมต่างๆ บริเวณใกล้เคียงกับสมอง ไปรบกวนระบบประสาทและการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน มีปัญหาด้านพฤติกรรม บุคลิกภาพ การพูด การได้ยิน การมองเห็น ความจำ และอาจเกิดอาการชัก เป็นอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งเนื้องอกในสมองมี 4 ระดับ โดยวัดตามลำดับการเจริญเติบโตของเนื้องอก และโอกาสในการกลับมาเป็นอีกแม้ได้รับการรักษาแล้ว แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1.เนื้องอกที่ เป็นเนื้อธรรมดา เป็นเนื้องอกที่มีการเจริญเติบโตช้า ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง สามารถรักษาให้หายหรือมีขนาดเล็กลงได้ และมีโอกาสน้อยที่ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นอีกหลังการรักษา 2.เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย เป็นเนื้องอกอันตราย มีการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เซลล์มะเร็ง อาจเกิดบริเวณสมอง หรือเกิดขึ้นที่อวัยวะอื่นแล้วลามเข้าสู่สมอง เนื้องอกที่เป็นเซลล์มะเร็งจะมีการเจริญเติบโตเรื่อยๆ ไม่สามารถควบคุมได้ และมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นได้อีก           นพ.เอกพจน์ จิตพันธ์Continue reading “เนื้องอกสมอง วินิจฉัยทันรักษาได้”

การผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแบบเปิดแผลเล็ก (Minimally Invasive Spinal Fixation)

โรคที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลัง ส่วนใหญ่ได้แก่โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน  (Spondylolisthesis) กระดูกสันหลังคด  (Scoliosis)  หรืออุบัติเหตุกระดูกสันหลังแตกหรือยุบ  โดยโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ  โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนที่ระดับเอว  เป็นโรคที่มีการเลื่อนไถลของกระดูกสันหลังชิ้นบน  เลื่อนในแนวระนาบ บนกระดูกสันหลังชิ้นล่าง  (รูปที่  ๑)  ทำให้กระดูกสันหลังชิ้นบนกดเบียดเส้นประสาท  ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังร้าวลงต้นขา  น่องหรือเท้า ตามการทำงานของ  เส้นประสาทเส้นนั้น  บางรายอาจปวดมากจนเดินไม่ได้หรือไม่สามารถขับถ่ายได้  ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์มักจะมีอาการปวดหลังมากกว่าอาการปวดร้าวลงขาหรือน่อง  นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่ได้มีอาการจากเส้นประสาทถูกกดเบียด  แต่มีอาการจากภาวะช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ โดยจะมีอาการชาที่ต้นขา น่อง  หรือเท้า  หรือรู้สึกขาอ่อนกำลัง  ผู้ป่วยจะมีอาการในขณะที่ยืนนานๆ  หรือเดินสักพักจะก้าวขาไม่ออก  แต่เมื่อนั่งพักไม่กี่นาทีก็ดีขึ้นและเดินต่อได้ โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดใส่โลหะ  หรือสกรูยึดตรึงกระดูกสันหลัง  การผ่าตัดมาตรฐานที่ใช้ดั้งเดิมเป็นการผ่าตัดเปิดแผลยาวประมาณ  10-15  เซนติเมตร  (รูปที่  ๒)  ในแนวกลางหลังระดับเอว  ขณะผ่าตัดต้องเลาะถ่างกล้ามเนื้อออกจากแนวกลางข้างละประมาณ  5-6  เซนติเมตร  เพื่อที่จะสามารถใส่สกรูได้ในตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นจึงทำการตัดกระดูกที่กดเส้นประสาทออก  จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดดังกล่าว  กล้ามเนื้อหลังจะได้รับความบอบช้ำจากการผ่าตัดเป็นอย่างมาก  เสียเลือดจากการผ่าตัดจำนวนมาก  ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดแผลผ่าตัดมาก  ใช้เวลาในการพักฟื้นหลายวันหรืออาจเป็นสัปดาห์ จึงจะสามารถลุกยืนหรือเดินได้ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่า เช่น แผลติดเชื้อ ซีดจากการเสียเลือดมาก การเสื่อมของกระดูกข้อถัดไป เป็นต้น ในปัจจุบัน การผ่าตัดกระดูกสันหลังเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง  ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลผ่าตัดใหญ่เหมือนในอดีต  สามารถเปิดแผลเล็กแล้วผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscope)  เพื่อตัดเอาชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออก หรือผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแบบเปิดแผลเล็ก  อาการของผู้ป่วยก็หายได้โดยที่ผลการรักษาไม่แตกต่างกับวิธีผ่าตัดเปิดแผลใหญ่  ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้เร็วขึ้นมาก และเจ็บแผลผ่าตัดเพียงเล็กน้อย  ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด  แต่วิธีนี้ศัลยแพทย์ต้องมีความชำนาญในการผ่าตัดใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแบบดั้งเดิมร่วมกับสามารถผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ได้ วิธีการที่แตกต่างกันคือ  แพทย์จะลงแผลผ่าตัดที่หลังห่างแนวกลางไปทางด้านข้างทั้ง  2  ข้าง  แผลยาวประมาณ  2.5-3  เซนติเมตร (รูปที่  ๓)  แผลลงในตำแหน่งที่จะใส่สกรู  จากนั้นจะถ่างกล้ามเนื้อหลังออกเพียง  2.5  เซนติเมตร ด้วยเครื่องมือพิเศษ  เพื่อที่จะทำการใส่สกรู  (รูปที่  ๔)  โดยใช้ภาพถ่ายเอ็กซเรย์  (X-ray)  ช่วยในการบอกตำแหน่งและทิศทางในการผ่าตัดใส่สกรู  (รูปที่  ๕) หลังจากการใส่สกรูยึดกระดูกสันหลังแล้วแพทย์จะทำการตัดส่วนของกระดูกและหมอนรองกระดูกสันหลังที่กดทับเส้นประสาท ด้วยการผ่าตัดมองผ่านกล้องจุลทรรศน์  (Microscope) เมื่อเทียบขนาดของความยาวแผล  และขนาดของกล้ามเนื้อที่ต้องเลาะถ่างออก  จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดวิธีเปิดแผลเล็กเพื่อใส่สกรู กล้ามเนื้อได้รับความบอบช้ำจากการผ่าตัดน้อยมาก จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บแผลผ่าตัดน้อย  ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้เร็วขึ้นมาก  ผู้ป่วยเกือบทุกรายสามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด และสามารถกลับออกจากโรงพยาบาลได้ในเวลาภายใน  2-3  วันหลังการผ่าตัด กล่าวโดยสรุป ข้อดีของการผ่าตัดใส่สกรูแบบแผลเล็ก ผลการรักษาเทียบเท่าการผ่าตัดแบบมาตรฐานดั้งเดิมแต่ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า กล้ามเนื้อบอบช้ำน้อยกว่า กล้ามเนื้อถูกเลาะถ่างน้อยกว่า ทำให้ปวดแผลน้อยกว่า ใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ในวันรุ่งขึ้น เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อย แม้จะผ่าตัดในคนอ้วนมาก ข้อจำกัดของการผ่าตัดใส่สกรูแบบแผลเล็ก การมองตำแหน่งทางกายภาพและพยาธิสภาพของโรคทำได้ยาก เพื่อความปลอดภัยจึงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ (microscope) ในการผ่าตัดลดการกดทับเส้นประสาท หรือผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง แต่ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการใช้กล้อง microscope ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง ไม่สามารถผ่าตัดผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกสันหลังคดผิดรูปรุนแรงหรือผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนมากๆ

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง โดยการผ่าตัดจากทางด้านหน้าและเชื่อมข้อ (Anterior Cervical Diskectomy and Fusion; ACDF)

การผ่าตัดเพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอร้าวลงแขนหรืออ่อนแรงแขนขา จากการที่หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังมีอยู่หลายวิธี โดยหนึ่งในวิธีมาตรฐานที่ให้ผลการรักษาดี คือการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกส่วนคอที่มีการเสื่อมมากหรือแตกออกไปจากทางด้านหน้า (Anterior cervical diskectomy) และเชื่อมข้อที่มีปัญหานั้น(Fusion) เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวจนเกิดปัญหาซ้ำอีก เรียกการผ่าตัดนี้ว่า ACDF          การวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอกดทับรากประสาท (ภาพที่ 3 ด้านซ้าย) หรือไขสันหลัง (ภาพที่ 3ด้านขวา)  อาศัยการตรวจร่างกายที่แม่นยำ และการใช้ภาพรังสี (การถ่ายภาพรังสีเอ็กซ์และ/หรือ MRI) มาประกอบกัน โดยต้องแยกจากโรคที่พบบ่อยกว่าและมักถูกวินิจฉัยสับสนกันอยู่เสมอ เช่น โรคกล้ามเนื้อตึงหรืออักเสบเรื้อรังบริเวณสะบักหรือกล้ามเนื้อคอและบ่า (Myofascial pain syndrome) ซึ่งมีอาการปวดคอร้าวลงแขน แขนชา คล้ายกันได้ โรคพังผืดรัดเส้นประสาทที่ข้อมือทำให้มือชา  (Carpal Tunnel Syndrome)  รวมถึงเอ็นไหล่อักเสบที่ทำให้ปวดไหล่ร้าวลงแขนและอ่อนแรงได้ เป็นต้น ในรายที่มีความเสื่อมของกระดูกคอมากๆอาจเห็นกระดูกคอรูปร่างผิดปกติ หรือมีช่องหมอนรองกระดูกแคบ (ภาพที่ 2)  ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ประสาทศัลยแพทย์จะต้องตรวจผู้ป่วยอย่างละเอียดและแยกโรคต่างๆเหล่านี้ออกไป  ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดที่กระดูกสันหลังส่วนคอ  เพื่อให้การผ่าตัดประสบผลสำเร็จ การรักษา          ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอกดทับเส้นประสาท (cervical spondylotic radiculopathy, CSR) หากไม่ประสบความสำเร็จจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดทุกวิธีแล้ว (การใช้ยา ปรับพฤติกรรม และการกายภาพ) เป็นเวลามากกว่า 6-8 สัปดาห์ ถือว่ามีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด  ซึ่งหากการวินิจฉัยถูกต้องและเลือกวิธีการผ่าตัดเหมาะสม โอกาสประสบความสำเร็จจากการผ่าตัด ACDF มีสูงมาก โดยเฉพาะการลดปวดแขน (90%) และปวดคอ (70-80%)   อย่างไรก็ตาม อาการอ่อนแรงและอาการชาต้องใช้เวลาให้ร่างกายค่อยๆฟื้นตัวร่วมกับการกินยาและกายภาพหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังผ่าตัด และในผู้ป่วยบางรายที่รากประสาทถูกกดรุนแรงจนมีการเสียหายถาวรตั้งแต่ก่อนผ่าตัดแล้ว อาจได้ผลลดปวดไม่ดีอย่างที่ควรจะได้รับ สำหรับผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอกดทับไขสันหลัง (cervical spondylotic myelopathy, CSM) อาจมีอาการอื่นนอกจากปวดคอร้าวลงแขนหรือชาแขนได้  ในผู้ป่วยรายที่รู้สึกอ่อนแรงไม่มาก อาจมีปัญหาเสียการทรงตัวและเดินลำบาก หยิบจับของไม่ถนัดหรือกำของได้ไม่แน่น การขับถ่ายผิดปกติโดยมักมีการกลั้นอุจจาระปัสสาวะไว้ไม่อยู่  ในกรณีที่ถูกกดทับมากๆมักมีอาการแขนขาอ่อนแรง ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆอาจมีกล้ามเนื้อฝ่อได้  โดยทั่วไปจึงมักแนะนำให้ผ่าตัด หรือใช้เวลารักษาแบบไม่ผ่าตัดในระยะสั้นเท่านั้น หากไม่มีข้อจำกัดทางสุขภาพด้านอื่นๆ การผ่าตัด ACDF ทำโดยการเอาหมอนรองกระดูกที่เป็นปัญหาออก เพื่อแก้ไขการกดทับ หลังจากนั้นประสาทศัลยแพทย์จะเสริมช่องว่างที่เกิดขึ้นโดยใช้ชิ้นกระดูกที่ได้มาจากการตัดกระดูกบริเวณเชิงกรานของผู้ป่วย หรือใช้วัสดุค้ำแทนที่หมอนรองกระดูก  เพื่อเชื่อมกระดูกชิ้นบนและล่างให้กลายเป็นกระดูกชิ้นเดียวกันในที่สุด  ในกรณีที่มีปัญหาหลายระดับและจำเป็นต้องผ่าตัดมากกว่า 1-2 ช่อง จะมีการยึดบริเวณด้านหน้ากระดูกสันหลังด้วยแผ่นโลหะและสกรู (Cervical plate and screw) เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุที่ใส่ไว้แต่ละช่องเกิดการเลื่อนหลุดออกมาหลังการผ่าตัดวัสดุที่ใส่ไว้ในแต่ละระดับนั้นจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2-3 เดือนเพื่อเชื่อมต่อเป็นข้อเดียวกันหลังการผ่าตัด  ซึ่งเมื่อกระดูกเชื่อมต่อกันสนิทแล้วจึงจะถือว่าการผ่าตัดครั้งนี้หายอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากการตัดชิ้นกระดูกจากเชิงกราน (IliacContinue reading “การผ่าตัดหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง โดยการผ่าตัดจากทางด้านหน้าและเชื่อมข้อ (Anterior Cervical Diskectomy and Fusion; ACDF)”

Neurosurgery Bullet Review: Gunshot Penetrating Brain Injury

Penetrating brain injury can be classified as (Youman ed.7) low velocity (eg.knife) high velocity subsonic (<300 m/s) hypersonic (>300m/sec) Civilian VS wartime penetrating injury Projectiles with high kinetic energy eg. machine guns  direct tissue damage along the missile path cavitation  low velocity projectiles eg.handguns, knives, or nails  localized tissue damage along the trajectory  close range projectiles produce the greatest degreeContinue reading “Neurosurgery Bullet Review: Gunshot Penetrating Brain Injury”

การรับสมัครแพทย์ประจำบ้าน สาขาประสาทศัลยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562

การรับสมัครแพทย์ประจำบ้านสาขาประสาทศัลยศาสตร์ กลุ่มงานประสาทศัลยศาสตร์ สถาบันประสาทวิทยา ประจำปีการศึกษา 2562 จำนวนตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร ปีการศึกษา 2562หลักสูตร 5 ปี 4 ตำแหน่งกำหนดเวลาการรับสมัคร วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 – วันที่ 31 สิงหาคม 2561 เกณฑ์การคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านสาขาประสาทศัลยศาสตร์ กลุ่มงานประสาทศัลยศาสตร์สถาบันประสาทวิทยาประจำปีการศึกษา 2561 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครแพทย์ประจำบ้าน ได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต หรือเทียบเท่าที่แพทยสภารับรองเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในเกณฑ์การรับสมัครแพทย์ประจำบ้านของแพทยสภาและราชวิทยาลัยประสาทศัลยศาสตร์แห่งประเทศไทยa.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะครบถ้วนแล้ว ซึ่งมีต้นสังกัดจากหน่วยงานของรัฐ มีสิทธิเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาประสาทศัลยศาสตร์b.ในกรณีที่ไม่มีต้นสังกัดจากหน่วยงานของรัฐต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผ่านการปฏิบัติงานตามโครงการเพิ่มพูนทักษะครบถ้วน รวมทั้งได้ปฏิบัติงานหรือปฏิบัติงานชดใช้ทุนเพิ่มอีก 1 ปีแล้ว(ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี)มีสิทธิเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาประสาทศัลยศาสตร์ ไม่มีสุขภาพหรือความพิการทางร่างกายหรือจิตใจที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฝึกอบรมด้านประสาทศัลยศาสตร์ เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นในการสมัครแพทย์ประจำบ้าน แบบแสดงความจำนง (ใบสมัคร) ติดรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบแสดงผลการศึกษาตลอดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต สำเนาปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ประกาศนียบัตรผ่านการปฏิบัติงานเพิ่มพูนทักษะตามเกณฑ์แพทยสภาContinue reading “การรับสมัครแพทย์ประจำบ้าน สาขาประสาทศัลยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562”